(Distributor Management System)
ระบบบริหารจัดการตัวแทนจำหน่าย (Distributor Management System)
ภายใต้ Online Marketplace จะเป็นกลไกสำคัญของธุรกิจสินค้าอาหารเสริมและเครื่องสำอาง โดยมุ่งเน้นในการสร้างแบรนด์และการแก้ปัญหา
(Pain Points) ให้กับเจ้าของแบรนด์ ตัวแทนจำหน่ายสินค้า และผู้บริโภคสินค้า
แบ่งออกเป็น 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
TRADITIONAL TRADE
การค้าปลีกแบบดั้งเดิม
การค้าปลีกแบบดั้งเดิม
MODERN TRADE
การค้าปลีกแบบสมัยใหม่
การค้าปลีกแบบสมัยใหม่
E-COMMERCE
การค้าผ่านระบบออนไลน์
การค้าผ่านระบบออนไลน์
ต่างมีปัญหาและอุปสรรคที่เจ้าของแบรนด์ ต้องแบกรับภาระดังต่อไปนี้
- ต้องพึ่งพาตัวแทนจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้/มีอำนาจการต่อรองต่
- ไม่สามารถเก็บฐานข้อมูลของตัวแทนจำหน่ายรายย่อยได้ (Reseller Database)
- การตัดราคาจากตัวแทนจำหน่าย (Price War) ส่งผลให้วงจรอายุของผลิตภัณฑ์สั้น
- ไม่มีฐานข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสินค้า
- แบรนด์ไม่มีเงินทุนมากพอเพื่อชำระค่าแรกเข้าในร้านค้าในกลุ่ม Modern Trade
- แบรนด์ถูกเอาเปรียบจากส่วนแบ่งการค้าที่สูง (Trade Margin) โดยไม่ได้การันตียอดขาย
- แบรนด์ไม่สามารถเก็บฐานข้อมูลของผู้บริโภคหรือผู้ใช้สินค้าได้ (Consumer & End User)
- แบรนด์ไม่สามารถนำฐานข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการซื้อสินค้า
- แบรนด์ยังขาดความรู้ความเข้าใจใน Ecommerce Platform Technology
- แบรนด์ยังขาดความรู้ความเข้าใจใน Ecommerce Platform Technology
- ระบบ Ecommerce Platform ในปัจจุบันยังขาดระบบการบริหารตัวแทนจำหน่ายในระบบออนไลน์
- ระบบ Ecommerce ในปัจจุบันยังไม่สามารถเป็นช่องทางในการทำรายได้หลักให้กับแบรนด์ขนาดกลางและแบรนด์ขนาดใหญ่ได้
- ตัวแทนจำหน่ายใช้เงินลงทุนในการสั่งซื้อสินค้าในปริมาณที่สูง เนื่องจากแบรนด์จูงใจให้ซื้อสินค้าในปริมาณสูงแลกเปลี่ยนกับส่วนลด หรือของกำนัลต่างๆ ที่มาในรูปแบบของทองคำ ตั๋วเครื่องบิน เงินสด ฯลฯ
- ตัวแทนจำหน่ายต้องแบกรับความเสี่ยงในการสต็อกสินค้าเป็นจำนวนมาก เพราะต้องการรับส่วนลด และของรางวัลจากเจ้าของแบรนด์ ทำให้ต้องแบกรับความเสี่ยงสินค้าขายไม่ได้ และสินค้าหมดอายุ
- การขายตัดราคาของตัวแทนจำหน่ายรายอื่น เนื่องจากตัวแทนจำหน่ายในตลาดมีจำนวนมากและมีการแข่งขันทางการขายสูง จึงต้องจัดโปรโมรชั่น ลด แลก แจก แถม เพื่อผลักดันสินค้าที่อยู่ในสต็อกออกก่อนที่สินค้าจะหมดอายุ ทำให้เกิดการขายสินค้าตัดราคากัน (Price war) จนบ่อยครั้งยอมขายขาดทุนเพื่อให้ได้เงินสดคืนกลับมา
- ความยุ่งยากในการแพคสินค้า และจัดส่งไปยังลูกค้า ในกรณีที่มีจำนวนการสั่งซื้อมากขึ้น ทำให้ตัวแทนมีค่าใช้จ่ายค่าพัสดุค่าขนส่ง และค่าจ้างพนักงานแพคของ ทำให้มีต้นทุนที่สูงขึ้น
- ผู้ซื้อสินค้าต้องแบกรับความเสี่ยงจากเนื่องจากมีโอกาสที่จะเป็นสินค้าปลอม เมื่อซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์และช่องการค้าปลีกแบบดั้งเดิม
- ผู้ซื้อสินค้าอาจไม่ได้รับสินค้า เมื่อสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์หรือถูกโกง
- ผู้ซื้อสินค้าพบกับความยุ่งยากและความล่าช้าเมื่อต้องสั่งสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่ต้องพูดคุยกับตัวแทนจำหน่าย หรือ ตัวแทนใช้เวลานานกว่าจะตอบกลับ
ระบบบริหารจัดการตัวแทนจำหน่าย
Distributor management system (DMS)
จึงเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทำให้การสร้างแบรนด์ระหว่างเจ้าของแบรนด์ ตัวแทนจำหน่าย และลูกค้า ได้แก่
- จัดเตรียม Ecommerce Platform และ Function เพิ่มช่องทางการขายให้กับแบรนด์
- พัฒนาระบบการบริหารจัดการตัวแทนจำหน่ายให้กับแบรนด์แบบ Customization
- แบรนด์สามารถเก็บข้อมูลตัวแทนจำหน่ายทุกระดับรวมถึงฐานข้อมูลของผู้ซื้อและนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้
- ประหยัดค่าใช้จ่ายในการพึ่งพาระบบค้าปลีกแบบสมัยใหม่ โดยลดค่าแรกเข้า
- ตัดปัญหาการเกิดสงครามราคาและทำให้แบรนด์มีอายุผลิตภัณฑ์ที่ยาวขึ้น
- ลดปัญหาการบังคับให้ตัวแทนจำหน่ายที่ต้องมีภาระในการกักตุนสินค้า
- ตัวแทนจำหน่ายมีเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์สินค้า และส่งเสริมการขาย
- ตัวแทนจำหน่ายสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจสอบยอดการซื้อขายย้อนหลังผ่านหน้าจอแสดงผล (Dashboard)
- ตัวแทนจำหน่ายมีแรงจูงใจในการขายด้วยระบบการให้ผลตอบแทนพิเศษและเงินโบนัส (Incentive & Bonus)
- ระบบการคัดกรองสินค้าจริงจากเจ้าของแบรนด์หรือผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายเท่านั้น
- การกำหนดราคามาตรฐานเพื่อลดการเอาเปรียบผู้บริโภค
- การตรวจสอบและการันตีคุณภาพสินค้าในด้านของมาตรฐานและการรับรองต่างๆ
- ช่องทางการชำระเงินที่มีความหลากหลายและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค